แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Organizational behavior แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Organizational behavior แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ทัศนคติ (Attitude)

ทัศนคติ
ดร.อำพล ชะโยมชัย

ทัศนคติเป็นเรื่องของความรู้สึกหรือความคิดที่บุคคลตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่บุคคลนั้นสัมผัสหรือรับรู้ ซึ่งความรู้สึกดังกล่าว อาจเป็นได้ทั้งด้านบวกหรือด้านลบก็ได้ แล้วแต่ว่าบุคคลจะประเมินสิ่งที่สัมผัสนั้นอย่างไร ทัศนคติจึงสำคัญต่อพฤติกรรมองค์การอย่างมาก การที่บุคคลมีทัศนคติที่อาจแตกต่างกันไป ทำให้การแสดงออกด้านพฤติกรรมในองค์การจึงแตกต่างกันไปด้วย ผู้บริหารองค์การจึงต้องเข้าใจว่า บุคลากรขององค์การอาจมีทัศนคติที่แตกต่างกันต่อนโยบายขององค์การ กลยุทธ์องค์การ แผนการดำเนินงานขององค์การ การตัดสินใจของผู้บริหารในองค์การ การทำงานเป็นทีมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการเจริญเติบโตและความมีประสิทธิผลขององค์การ หากผู้บริหารเข้าใจเรื่องทัศนคติ จะสามารถบริหารจัดการบุคลากรและกลุ่มต่างๆภายในองค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บุคลากรทำงานได้ตามเป้าหมายที่องค์การตั้งไว้ รวมถึงการลดปัญหาต่างๆเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานขาดประสิทธิภาพ การขาดงาน การหลีกเลี่ยงไม่ทำงาน การเกิดความขัดแย้งระหว่างพนักงาน ความขัดแย้งในกลุ่มงานหรือระหว่างแผนกงานในองค์การ และการต่อต้านองค์การในหลายๆด้าน ทัศนคติที่สำคัญมากในปัจจุบัน คือ ความพึงพอใจในงาน ความผูกพันต่องาน ความผูกพันกับองค์การ ซึ่งองค์การต้องศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติดังกล่าว เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพในองค์การ   

“ทัศนคติ” หมายถึง แนวโน้มของความรู้สึกหรือความคิดที่บุคคลตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่บุคคลนั้นสัมผัสและประเมิน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งด้านบวกหรือด้านลบก็ได้

ทัศนคติเกิดจากแหล่งต่างๆ ดังนี้
1)      การได้รับประสบการณ์ตรง 
2)      การเรียนรู้และดูดซับจากครอบครัว 
3)      การได้รับอิทธิพลและรับข้อมูลจากกลุ่ม เช่น จากเพื่อน จากโรงเรียน 
4)      การเรียนรู้และดูดซับจากสังคม สภาพแวดล้อม จากสื่อต่างๆ จากเหตุการณ์ต่างๆในสังคม

ทัศนคติที่สำคัญ ได้แก่ ความพึงพอใจในงาน ความเกี่ยวข้องกับงาน ความผูกพันกับงาน และความผูกพันกับองค์การ ซึ่งความพึงพอใจในงานเป็นการวัดทัศนคติของบุคคลที่มีต่องานที่ตนรับผิดชอบ หากมีความพอใจสูง ก็ย่อมทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ หากเกิดความไม่พอใจอย่างมาก อาจพบการลาออกของพนักงานได้ ส่วนความเกี่ยวข้องกับงานเป็นความผูกพันตนเองของพนักงานกับงานหรือกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในองค์การ การมีความเกี่ยวข้องกับงานสูง พนักงานจะทำงานอย่างแข็งขันและพยายามทำงานของตนให้สำเร็จ ด้านความผูกพันกับงานเป็นเรื่องของการทุ่มเทให้กับงานทั้งทางร่างกาย ความคิด และจิตใจ คล้ายคลึงกับความผูกพันกับองค์การ หากพนักงานคนใดมีความผูกพันกับองค์การ พนักงานคนนั้นจะทุ่มเทให้กับองค์การอย่างมาก มีความจงรักภักดีกับองค์การที่ตนทำงานอยู่

ทัศนคตินั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยมีวิธีการหลายวิธี เช่น การให้ข้อมูลเพิ่มเติม การติดต่อสื่อสาร และการเสริมแรงให้เกิดทัศนคติที่ต้องการ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติโดยใช้วิธีการให้รางวัลแก่พนักงานที่มีทัศนคติและพฤติกรรมที่ดีหรือการลงโทษพนักงานที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

พฤติกรรมองค์การ (Organizational behavior)

พฤติกรรมองค์การ (Organizational behavior
ดร. อำพล ชะโยมชัย

พฤติกรรมองค์การที่ปรับใช้ในองค์การได้อย่างเหมาะสม ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์การอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิผลจากการดำเนินงาน ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในหน่วยงานดีขึ้น การปรับปรุงการบริหารในองค์การ บุคลากรที่มีความสามารถสูงเข้าร่วมงานและทำงานกับองค์การอย่างยาวนาน รวมถึงพนักงานขององค์การทำงานอย่างมีสุข จึงถือได้ว่า การศึกษาพฤติกรรมองค์การและการนำพฤติกรรมองค์การมาใช้ในองค์การ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง 

โดยทั่วไป พฤติกรรมองค์การ จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์การ การทำความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมองค์การต้องเน้นทั้งสามระดับ รวมถึงต้องเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของระดับทั้งสามด้วย เพราะในกลุ่มก็มีบุคคล ในองค์การมีทั้งบุคคลและกลุ่มจำนวนมาก พฤติกรรมที่เกิดในตัวบุคคล ย่อมส่งผลต่อกลุ่มและต่อองค์การในภาพรวม 

ผู้บริหารที่ศึกษาและเข้าใจในเรื่องพฤติกรรมองค์การ จะสามารถบริหารจัดการองค์การให้เกิดความสำเร็จได้ง่ายกว่า ยิ่งในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งเรื่องสังคม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนรุ่นของคนวัยต่างๆ (Generation) ความต้องการที่เปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดไปสู่ยุคดิิจิตัลอย่างเต็มรูปแบบ องค์การยิ่งต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพฤติกรรมองค์การ เพื่อสามารถขับเคลื่อนองค์การไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ความยั่งยืนจะไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้เลย หากขาดความเข้าใจในเรื่องพฤติกรรมองค์การและการบริหารจัดการสมัยใหม่